August 30, 2010 • No Comments



26 สค. 2553 ตื่นขึ้นมา พบคล้ายความรู้สึกเดิม อาบน้ำ จิบกาแฟ บ่ายสองปิงเริ่มหาข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ จดลงสมุด สถานที่ เส้นทางเชื่อมระหว่างรถใต้ดิน หมายเลขทางออก ทั้งหมดมีข้อมูลไม่เห็นหน้าตาของสถานที่ Deoksugung Palace วังเก่าหนึ่งในหลายๆ ที่เมืองโซล เราจ่ายค่าดูเสร็จสรรพ คิดเทียบเงินไทย ราวสามสิบบาท สถานที่ไม่ใหญ่ แต่ร่มรื่นพอดู อาคารวางกระจายตามผังเมืองโบราณ ถ้าไม่นับนักท่องเที่ยว และอาคารสูงรายรอบ มันคือเมืองเก่าที่ตายไปแล้ว เสียงดนตรีโบราณดังแผ่วๆ ตามลำโพงเล็ก ที่ติดยอดเสารอบๆ บริเวณ เสียงตามลม ทำให้รู้สึกถึงไร้ผู้คน ยังมีวิญญาณแขวนลอยอยู่ ไม่ได้น่ากลัวแต่รู้สึกสงบมากกว่า ในความเก่ายังมีใหม่แทรก อาคารแบบตะวันตกสองหลังหน้าตาโรมัน แทรกตัวท่ามกลางอาคารเก่าแบบจีน อาคารใหญ่โรมันหลังหนึ่งปิดซ่อม ยืนมองผ่านรั้วพอแลเห็น ส่วนอาคารเล็กถัดไป เป็นแกลเลอรี่งานศิลป์ เบื้องต้นเราเห็นประกาศที่หน้าประตูใหญ่ เมื่อเห็นแรงดึงดูดที่หน้าอาคารเราตัดสินใจซื้อตั๋วชม Realism in Asia Art คือผลงานจัดแสดงในช่วงเวลา อาคารสองชั้น สี่ห้องแสดงใหญ่ งานน่าสนใจหลากหลายแบบ บ้างใช้ผ้าใบสีน้ำมันทั่วไป บ้างแต้มสีบนบนผ้าไหมนุ่มตา บ้างก็เรียบง่ายม้วนกระดาษกับสีน้ำ หลายชิ้นน่าทึ่งบ้างเขียนมาเกือบร้อยปี เห็นผลงานศิลปินไทยสองสามท่าน ปะปนในกลุ่ม ช่วงเวลาซึมซับมีไม่มากพอ เหลือห้องสุดท้ายต้องเร่งดูแบบผ่านๆ ก่อนหมดเวลาทำการ ราวหกโมงเย็นออกจรลีหาทำเลไปต่อ เดินเตร่แกว่งไปมาหาที่ทางลง ไม่มีเหมาะ ตัดสินใจกลับที่พัก หาอาหารประหยัดงบกิน ท้ายสุดรสไม่เลิศเท่าใจหวัง กลับห้องพัก คืนนี้เราละเลียดเบียร์ กลางฝนพรำ เว้นการสนทนาพันพัวในภาพยนตร์ ย้อนไปรำลึกถึงช่วงวัยคะนองแต่หนหลัง
เล่าเรื่องที่เกาหลีโดย พี่เก่ง ฑีฆะเดช ฝ่ายเสียง
August 29, 2010 • 7 Comments


24 สค. 2553 กว่าเราจะฟื้นตัวจากความล้า สะบัดความมึนในหัวจากแอลกอฮอล์ ก็เกือบบ่ายสอง หากไม่เป็นเพราะความปั่นป่วนในกระเพาะส่งสัญญาณความหิวโหย แผ่นหลังของเราคงยังแนบกับฟูกอันสบาย งานทั้งหมดมวล ล้วนเสร็จสิ้น เหลือรอเพียงขั้นตอนพิมพ์ออกมาเป็นม้วนฟิล์ม รอแลบรวบรวมข้อมูลต่างๆ ทั้งภาพและเสียง รวบใส่ฮาร์ดไดร์ฟ นำกลับเมืองไทย ปิงมีงานสำคัญรออยู่ล่วงหน้า กำหนดกลับไทย วันที่ 28 เหลือเราสองหน่อ ดูงานที่เหลือค้าง กว่าจะพิมพ์ฟิล์มเช็คสุดท้าย ทิ้งช่วงยาววันที่ 6 เดือนหน้า เวลาเริ่มว่าง กางแผนที่วางหมายหาสถานที่สำหรับท่องโซล ในวันว่าง การเป็นอินดี้ ล้วนยากลำบาก ระเหจากบ้านเกิดมายังดินแดนแปลกหน้า จิตใจหู่หด ทุกวันหลังจากสดชื่นขึ้นจากสายน้ำอุ่น ตบท้ายด้วยกาแฟร้อน เราก็พร้อมเริ่มต้นท่องไปรอบๆ ทอดน่องเดินดูชีวิตในโซลอย่างจริงจัง ความเป็นผู้มาก่อนของปิงในคราว วันเดอร์ฟูลทาวน์ ชีวิตผูกพันล้ำลึกกับการแสวงหาอาหารรสเลิศ เราทั้งสองฝากท้องแขวนไว้กับการตัดสินใจของปิง หลายวันที่ผ่านมากว่า 80 % รับประกันความผิดหวัง ตกบ่ายสำรวจพื้นที่รอบเมียงดอง ย่านทำเลที่พักพิง หาความคุ้นเคย ก่อนวางแผนในวันต่อๆ ไป ยามค่ำถึงเวลาแห่งความน่าเบื่อหน่าย ใช้ความจำเจในการตัดสินใจเลือกหา ร้านอาหาร เฟ้นเมนูต่อเนื่อง หากมื้อใดไม่เลิศ ซึมเศร้า ก่นบ่น จดจำร้านไม่ย่างกรายเฉียดใกล้ หลังจากมื้อค่ำอันสุขสม กระเพาะอัดแน่น คืนนี้สุขนิยมกลับมาถกต่อเรื่องอาหารการกิน ยิ่งพูดยิ่งคิดถึงอาหารรสมือไทยๆ

บ่ายสองวันรุ่งขึ้น หลังจากอาหารเที่ยงหย่อนตัวลงในกระเพาะอาหาร วันแผนวางคร่าวๆ หลังฝนโปรยปรายต่อเนื่องมาหลายวัน ยามบ่ายหย่อนๆ ไปเดินเล่นที่ริมแม่น้ำ ข้ามสะพาน แม่น้ำกว้างไม่น้อยไม่มากกว่าเจ้าพระยา ของแดนแห่งรอยยิ้ม มองด้วยสองตาเปล่าเปลือย รู้โดยพลันสะอาดกว่าแน่นอน สองข้างระหว่างทางบนสะพาน มีต้นไม้จัดวางร่มรื่น ฝนพรำเป็นละอองฝอย ลมพัดเอื่อย ย่ำเท้าก้าวไปอย่างเย็นใจ ใต้สะพานเลียบริมฝั่งมีสวนสาธารณะ สนามเล่นกีฬาต่างรูปแบบ วางตัวเป็นช่วงๆ ทางใครทางมันแยกกิจกรรมกันไป ตะวันลาไปแล้ว ระบบเดินรถใต้ดินที่โยงเป็นใยแมงมุม ทำให้ไม่ต้องเดินย้อนกลับไปทางเก่า แค่หาสถานีที่ใกล้สุด แล้วโยงต่อจากสายหนึ่งไปอีกสายหนึ่ง อ้อมทางฉีกไป หรือจะลงหลายๆ ต่อ จะช้าเร็วแล้วขึ้นอยู่กับการวางแผน แต่เราก็ถึงจุดหมาย
เล่าเรื่องที่เกาหลีโดย พี่เก่ง ฑีฆะเดช ฝ่ายเสียง
August 26, 2010 • 4 Comments



23 สค. 2553 ฝนพรำแต่เช้า เรามองเวลาผ่านหน้าต่าง ความอึมครึมของอากาศ ทำให้เดาเอาเองว่าเวลายังมีเหลือพอเตรียมตัว ไปสตูดิโอแถวๆ ฮักดอง ( Hak – Dong ) เพื่อให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Marie Clair ภาษาเกาหลี ฝนยังพรำอย่างต่อเนื่อง เราอ้อยอิ่งตามสภาพอากาศ หมุยมาเคาะประตู ชวนให้ให้ร่วมทางไปด้วยกัน เธอนัดหมายกับ Nakyin ผู้อำนวยความสะดวกประจำตัวเธอที่ทางACF จัดให้ พวกเราเจอ Nakyin เป็นสาวเกาหลีที่ดูเรียบ แต่ก็คล่องแคล่ว หมุยพูดถึงเธอว่าช่วยได้มาก ทาง Marie Clair ทำการบ้านดี ดูหนังทำความเข้าใจมาก่อน ป้อนคำถามน่าสนใจ สกัดผลึกความคิดคนทำหนังตรงเป้า ตกบ่ายแก่ๆ พวกเราและหมุย เดินทางไปที่ งาน CINDI ( Cinema Digital ) Film Festival เพื่อแวะหา เจ้ย (อภิชาตพงศ์ วีระเศรษฐกุล) ระหว่างนัด เราเจอพี่ขัน (อัญชลี ชัยวรพร ) ทักกันอย่างเร่งรีบ เราเองก็ท้องกิ่ว เร่งเดินหาอะไรใส่กระเพาะ กว่าจะถึงเวลานัดกับเจ้ย ก็เกือบๆ ทุ่ม เจ้ยและพี่ขันมาเป็นกรรมการ ของเทศกาล ชั่วเวลาสองชั่วโมง เราพบคนทำหนังมากหน้าหลายตา บ้างก็พบกันมาแล้วจากเทศกาลที่สิงคโปร์ ส่วนมากเราไม่คุ้นหน้าตา และก็ส่วนใหญ่อีกนั่นล่ะ ที่เป็นชาวเอเชีย เจ้ยออกจากโรงหนัง แจกลายเซ็นต์ ถ่ายรูปกับคนดู เรายืนรอห่างๆ ในช่วงที่เก้กัง ลุงใหญ่ใจดี โทนี่ เรนส์ เดินเข้ามาทักกะเหรี่ยงอย่างเรา เมื่อรู้ว่ากานต์คือคนทำที่รัก เอ่ยปากชมไม่ขาดสาย ยืนยันด้วยสายตาจริงใจ ชอบหนังจริงๆ ตัวเราเล็กไปถนัดตา แต่ตาเราก็เบิกกว้างมากขึ้น ได้เห็นโลกในมุมที่เราต้องขยันมากกว่าเดิม ทำงานหนักกว่าเดิม วันนี้เป็นวันดีอีกหนึ่งวันในโซล เจ้ยสละเวลาที่จะต้องดูหนัง เอ่ยปากชวนทานมื้อเย็นร่วมสนทนากัน ในร้านอาหารพวกเราคุยกันหลายเรื่อง ส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับหนังและความเป็นไป ถ้อยคำระหว่างทางจากปากของเจ้ย ล้วนมีน้ำเสียงแสวงหาโอกาสดันให้วงการหนังไทยเติบโต กานต์น้อมรับไมตรีจากรุ่นพี่ เวลาล่วงไปต่างฝ่ายยังมีภารกิจตกค้าง เมื่อถึงเวลาต้องแยกจากกัน มื้อค่ำคืนนี้อิ่มอกอิ่มใจ
เล่าเรื่องที่เกาหลีโดย พี่เก่ง ฑีฆะเดช ฝ่ายเสียง
August 22, 2010 • 2 Comments



18 – 20 สค. 2553 มิสเตอร์ ฮาน เริ่มเข้าใจ กานต์นั้นชอบความเบาบางของบทสนทนา เสียงดนตรีประกอบอันอบอุ่น เสียงบรรยากาศอันละไมโอบล้อมตัวละคร กานต์เริ่มสื่อสารภาษาอังกฤษที่เป็นกลาง แม้ไม่ถนัดกระท่อนกระแท่น ยังดันสู้เชื่อมใจ มิสเตอร์ ฮาน เพื่อความสมบูรณ์ของภาพยนตร์ มิสเตอร์ ฮาน เข้าใจแบ่งปันไอเดีย ส่วนไหนไม่ดี ให้คำแนะนำปรับแต่งจนดี สามวันงานค่อยๆ คืบคลานค่อยเป็นค่อยไป ระหว่างทางของขบวนการ เราตั้งคำถามกับมิสเตอร์ ฮาน อยู่หลายครา เสียงที่ทำมาไม่ต่ำกว่ามาตรฐานหรือไม่? มิสเตอร์ ฮาน พยักหน้ารับ ตอบกลับให้เบาใจ ถึงจะเบากว่าทั่วไป แต่ของท่านพิเศษเพราะตั้งใจให้คนดูตั้งใจสดับฟัง สี่วันผ่าน เราทั้งสามทวนดูและฟังอีกหลายครา จนหมดสิ้นความกังขา วันสุดท้าย sound post production เสร็จสิ้น คำขอบคุณจากเรา ย้ำๆ ทุกห้านาที ก่อนลาจากตามธรรมเนียม ทั้งสองชาติ ชักรูปร่วมกัน ระหว่างทางกลับที่พัก Subway ตรง World Trade Center Seoul มีลานกว้างที่เพิ่งสังเกตเห็น กานต์ส่งสัญญาณขอนั่งชิลๆ พักความล้าที่ลาน หนึ่งทุมที่โซลยังคงมีแสงเรื่อพอถ่ายรูป ทั้งสามสหายนั่งมองผู้คนเดินกลับบ้าน ในวันศุกร์ เสียงเพลง Gabriel’s Obo จากปู่ Ennio Moricone ดังขยายผ่านลำโพงก้องทั่วลาน ปฎิมากรรมลูกบาศ์กยักษ์ เปลี่ยนสี น้ำพุเต้นรำตามจังหวะเพลง บรรยากาศโดยรอบดูผ่อนคลายโดยทันที หลายผู้หยุดสูบบุหรี่ คู่หนุ่มสาวพลัดเปลี่ยนกันถ่ายรูป บ้างหยุดมองเพื่อซึมซับ แสงอาทิตย์ลาลับ ครู่ใหญ่เราก็จรลีจากมา พร้อมกับฝูงชนชาวโซล ก้าวเดินสู่จุดหมายของตน
*หมายเหตุ ภาพยนตร์ในโรงฉายฟิล์ม จะแบ่งเป็นม้วนๆ ปกติจะอยู่ในราวๆ 5 – 6 ม้วน ม้วนหนึ่งๆ จะมีระยะเวลาประมาณราวๆ 20 นาที หรือประมาณ 2,000 ฟีต การ mix เสียงในขั้นตอน Post ก็จะแบ่งทำเป็นม้วนๆ เช่นเดียวกัน Eternity มีความยาวของหนังประมาณ 105นาที แบ่งเป็น 6 ม้วน
เล่าเรื่องที่เกาหลีโดย พี่เก่ง ฑีฆะเดช ฝ่ายเสียง
August 19, 2010 • 2 Comments



17 สค. 2553 แสงแดดสว่างยามสาย ทำให้ต้องรีบมุ่งไปจุดหมาย ที่ Wave lab วันแรกของการผสมเสียง สองชั่วโมงแรกพ้นผ่านยังกุกกักและพยักพเยิด หลังจากจั่วหัว จูนความสร้างสรรค์ ระหว่างมิสเตอร์ ฮาน ชาวโซล กับ สามสหายจากแดนแห่งรอยยิ้ม อีกสองชั่วโมงผันผ่าน ความลื่นไหลบังเกิด ชาวโซลเริ่มเข้าใจความต้องการของคนจากแดนแห่งรอยยิ้ม สร้างมิติให้เสียง บทสนทนาระรื่นหู บรรยากาศสงบ ตอบรับภาพอันสวยงาม จบวันแรก สองม้วนพ้นผ่าน ตรงตามเป้า หลังอิ่มเอมกับรสอาหารในมื้อค่ำ สาวชาวมาเลเซียนาม ทาน ชุย หมุย (Tan Chui Mui) สหายของ จุ๊ก เจ้าสำนัก pop pictures เดินทางมาสมทบ เพื่อภารกิจอย่างเดียวกับกานต์ หากแต่ฉายเดี่ยว ไร้ผู้เป็นหูเป็นตาเคียงข้าง สตรีร่างเล็ก เข้ามาเสวนากับชนแปลกหน้า ต่างถามถึงงานของกันและกัน นัดหมายกันคร่าวๆ หากมีโอกาสในวันเหมาะ หามื้อเย็นสำราญร่วมกัน
เล่าเรื่องที่เกาหลีโดย พี่เก่ง ฑีฆะเดช ฝ่ายเสียง
• 7 Comments



16 สค. 2553 ชีวิตที่ โซล โซไซตี้ กลับข้างกับดินแดนแห่งรอยยิ้ม ซ้าย-ขวา เข้า-ออก ล้วนต้องเปลี่ยน วางความเคยชิน ปรับชีวิตคล่องแคล่ว กลับกลายเป็นช้าลง เพ่งมองมากขึ้น หาความแน่ใจในการไปสู่จุดหมายปลายทาง ผู้คนส่วนใหญ่เดินทางไปยังที่ต่างๆ จากใต้ดิน เส้นทางโยงไปมาชวนหลงทาง ผู้คนรีบร้อนและขวักไขว่ยิ่งกว่าชั่วโมงเร่งรีบที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่ละขบวนล้วนยัดทะนานด้วยผู้คน จุดหมายสองแห่งสำหรับภารกิจที่รับมอบหมาย 5 วันสำหรับการปรับภาพพจน์ (Color Grade) KOFIC (Korean Film Council) สำหรับ กานต์ ปิง ภารกิจด้านภาพเกือบเสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่แผนเปลี่ยน ภารกิจสลับเลน รีบบ่ายหน้าไปอีกจุดหมาย ที่ Wave Lab ในขั้นตอนผสมโสต (Sound Mixing) สร้างความคุ้นเคยเส้นทางก่อนไปปฏิบัติจริงในวันรุ่ง ปฏิบัติการผสมโสตมีระยะเวลาของภารกิจคือ 5 วันแฉกเดียวกัน หน่วยประสานงานของชาวโซลผิดพลาด ระยะเวลาน้อยลงหนึ่งวัน ผองชนแดนรอยยิ้ม ไม่มั่นใจภารกิจอันละเอียดอ่อนสามารถเสร็จสิ้น ต่อรองขอวันคืนกลับเป็น 5 ดังเดิม ชาวโซลมีท่าหนักใจขอดูวันเริ่มต้น หากวันต่อวันไม่เสร็จสิ้นในสองม้วน จะยอมสานต่อภารกิจในวันหยุด ชนแห่งรอยยิ้มจึงล่าถอยกลับที่พำนัก
เล่าเรื่องที่เกาหลีโดย พี่เก่ง ฑีฆะเดช ฝ่ายเสียง
August 17, 2010 • 4 Comments



15 สค. 2553 ใช้เวลา 5 ชม. ในการเดินย้อนไปในอดีต หรือก้าวสู่อนาคต ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออันไหนแน่ อยู่ที่ว่าจะใช้ทฤษฎีไหน แต่ในที่สุดก็ได้ก้าวเท้าลงบนดินแดน ที่ทุกคนทักทายว่า อัน-ยอง-ฮา-เซ-โย ใช้เวลาไม่นานก็เดินผ่านด่านตรวจ ไปพบหน้าผองเพื่อนที่ล่วงหน้ามาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หลังจากทักทายกันพอหอมปากคอ ก็ต้องรีบซื้อตั๋วรถบัสจากสนามบิน อินชอน (Incheon) เดินทางไปที่ อพาร์ทเม้นต์ ที่ เมียงดอง ( Myeongdong) ระยะการเดินทางราวๆ เก้าสิบนาที ไม่รู้แน่ว่ากี่กิโล แต่ไกลเอาการ ถึงที่พักก็ดึกโข ราวๆ ห้าทุ่มครึ่ง ร้านรวงทั้งหลายปิดเกือบหมดแล้ว ที่พอจะพึ่งได้ยามนี้ก็เป็นร้านสะดวกซื้อ นับว่าความซ้ำซากในการใช้ชีวิตที่ดินแดนแห่งรอยยิ้ม ยังพอมีให้จับต้องได้อยู่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังเป็นพระเจ้าเสมอในยามท้องกิ่วและไร้ที่พึ่งพิงใดๆ เที่ยงคืนในโซล โซไซตี้ ผู้คนบางตา กานต์ และ ปิง คุยถึงประสบการณ์ใหม่ในดินแดนแห่งจิต ( Seoul ) ล่วงยาวไปถึงตีสาม จนถึงวันรุ่งจึงจะนับว่ามาถึงอย่างแท้จริง
เล่าเรื่องที่เกาหลีโดย พี่เก่ง ฑีฆะเดช ฝ่ายเสียง
August 4, 2010 • 4 Comments


เรียน ท่านผู้มีอุปการะคุณโปรดทราบ
เนื่องด้วย บริษัท ป๊อป พิคเจอร์ จำกัด
ได้ผลิตภาพยนตร์เรื่อง ที่รัก (Eternity) กำกับภาพยนตร์โดย นายศิวโรจณ์ คงสกุล ซึ่งเป็นภาพยนตร์อิสระที่ได้รับทุนสร้างภาพยนตร์จากกองทุนศิลปะ Hubert Bals Fund / International Film Festival Rotterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์
ทุนสำหรับขั้นตอนหลังการถ่ายทำจาก Asian Cinema Fund / Pusan International Film Festival ประเทศเกาหลีใต้
ได้รับโอกาสพบนายทุนของประเทศต่างๆจากโครงการ Paris Project: PARIS CINEMA International Film Festival ประเทศฝรั่งเศส
และได้รับทุนสนับสนุนจาก กองทุนไทยเข็มแข็ง สำนักงานศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ประเทศไทย ตามลำดับ
ภาพยนตร์ดังกล่าวถ่ายทำเสร็จในต้นปี 2553 ที่ผ่านมา ทุนสนับสนุนของท่านถือเป็นมรดกอันมีค่ายิ่งที่เป็นแรงผลักดันให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เดินหน้าได้โดยสมบูรณ์จนสามารถจัดฉายได้ในรูปแบบของฟิล์มภาพยนตร์ ทีมงานมีความปิติและทราบซึ้งที่ได้รับโอกาสดีๆจากการสนับสนุนโดยหน่วยงานของท่าน
ท้ายนี้ขอคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกดลบันดาลให้ท่านผู้มีอุปการะคุณ และครอบครัวจงมีความสุขสวัสดี และขอให้โครงการต่างๆอยู่อย่างยั้งยืนยาวนานเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้กับบรรดากลุ่มคนทำหนังอิสระและวงการภาพยนตร์อิสระเติบโตต่อเนื่องสืบไปเทอญ
ขอแสดงความนับถือ
ปล. วันนี้กานต์เพิ่งบินไปปูซานเพื่อทำ ขั้นตอนโพสโปรดักชั่น ที่ประเทศเกาหลี
บริษัท ป๊อป พิคเจอร์ จำกัด
July 15, 2010 • 13 Comments



4 แบบ 4 ลาย หาดีดี อาจไม่ได้มีวางแจกทั่วไป ออกแบบโดย คัทลียา เผ่าศรีเจริญ
มี 4000 ใบ หมดแล้วหมดเลย
ขอบคุณ วัลลภ ที่ให้สิทธิ์พิมพ์ฟรี
www.pimdee.co.th
June 26, 2010 • No Comments

Aditya is the recipient of the 2010 Silpathorn Award for film. The Award is given annually to a living Thai contemporary artist by the Office of Contemporary Art and Culture of the Ministry of Culture of Thailand. The awards were established in 2004 to promote Thai contemporary artists who are considered to be in their mid-career and who have already made notable contributions to Thai fine arts and culture. (if that sounded like it was taken from Wikipedia, that’s because it was.)
Aditya joins Penek Ratanaruang, Apichatpong Weerasethakul, Wisit Sasanatieng, Thunska Pansittivorakul, Nonzee Nimibutr, and Pimpaka Towira as the seventh recipient. The official ceremony will be held on July 29 where Aditya will be presented with the Silpathorn brooch.