August 4, 2010 • 4 Comments


เรียน ท่านผู้มีอุปการะคุณโปรดทราบ
เนื่องด้วย บริษัท ป๊อป พิคเจอร์ จำกัด
ได้ผลิตภาพยนตร์เรื่อง ที่รัก (Eternity) กำกับภาพยนตร์โดย นายศิวโรจณ์ คงสกุล ซึ่งเป็นภาพยนตร์อิสระที่ได้รับทุนสร้างภาพยนตร์จากกองทุนศิลปะ Hubert Bals Fund / International Film Festival Rotterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์
ทุนสำหรับขั้นตอนหลังการถ่ายทำจาก Asian Cinema Fund / Pusan International Film Festival ประเทศเกาหลีใต้
ได้รับโอกาสพบนายทุนของประเทศต่างๆจากโครงการ Paris Project: PARIS CINEMA International Film Festival ประเทศฝรั่งเศส
และได้รับทุนสนับสนุนจาก กองทุนไทยเข็มแข็ง สำนักงานศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ประเทศไทย ตามลำดับ
ภาพยนตร์ดังกล่าวถ่ายทำเสร็จในต้นปี 2553 ที่ผ่านมา ทุนสนับสนุนของท่านถือเป็นมรดกอันมีค่ายิ่งที่เป็นแรงผลักดันให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เดินหน้าได้โดยสมบูรณ์จนสามารถจัดฉายได้ในรูปแบบของฟิล์มภาพยนตร์ ทีมงานมีความปิติและทราบซึ้งที่ได้รับโอกาสดีๆจากการสนับสนุนโดยหน่วยงานของท่าน
ท้ายนี้ขอคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกดลบันดาลให้ท่านผู้มีอุปการะคุณ และครอบครัวจงมีความสุขสวัสดี และขอให้โครงการต่างๆอยู่อย่างยั้งยืนยาวนานเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้กับบรรดากลุ่มคนทำหนังอิสระและวงการภาพยนตร์อิสระเติบโตต่อเนื่องสืบไปเทอญ
ขอแสดงความนับถือ
ปล. วันนี้กานต์เพิ่งบินไปปูซานเพื่อทำ ขั้นตอนโพสโปรดักชั่น ที่ประเทศเกาหลี
บริษัท ป๊อป พิคเจอร์ จำกัด
July 15, 2010 • 13 Comments



4 แบบ 4 ลาย หาดีดี อาจไม่ได้มีวางแจกทั่วไป ออกแบบโดย คัทลียา เผ่าศรีเจริญ
มี 4000 ใบ หมดแล้วหมดเลย
ขอบคุณ วัลลภ ที่ให้สิทธิ์พิมพ์ฟรี
www.pimdee.co.th
June 26, 2010 • No Comments

Aditya is the recipient of the 2010 Silpathorn Award for film. The Award is given annually to a living Thai contemporary artist by the Office of Contemporary Art and Culture of the Ministry of Culture of Thailand. The awards were established in 2004 to promote Thai contemporary artists who are considered to be in their mid-career and who have already made notable contributions to Thai fine arts and culture. (if that sounded like it was taken from Wikipedia, that’s because it was.)
Aditya joins Penek Ratanaruang, Apichatpong Weerasethakul, Wisit Sasanatieng, Thunska Pansittivorakul, Nonzee Nimibutr, and Pimpaka Towira as the seventh recipient. The official ceremony will be held on July 29 where Aditya will be presented with the Silpathorn brooch.
• 1 Comment

Eternity and Hi-So, our two new films coming out this year, have both been invited to screen 20 minute rough cuts for distributors at Paris Screenings during July 4-8. Paris Screenings is a sidebar event of the Paris Projects project market which is itself a sidebar event of the Paris Cinema Film Festival. Whew… that was tiring. (don’t you just love the word ’sidebar’? Have you ever heard it used outside of the film world?)
Anyway, Pop Pictures and Paris Projects have a past relationship as Hi-So had been invited there in 2008 when it was still a synopsis on a piece of paper. And now the film is almost complete. It’s been a long journey, and we thank the team at Paris Projects for supporting us all the way. Soros, our producer, will be there to greet guests so if you happen to be around, take the metro down to Bibliotheque and say bonjour.
And finally, Anocha Suwichakornpong’s Mundane History, also produced by Soros, is screening in competition at the Film Festival side. So go catch it if you haven’t already seen it.
May 24, 2010 • 2 Comments

Pop Pictures would like to congratulate Apichatpong Weerasethakul and Kick the Machine Films for winning the Palme d’Or at the 2010 Cannes Film Festival for Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives. He is an inspiration to all of us and during this difficult time, somebody Thailand can be truly proud of.
พวกเราดีใจกับพี่จริงๆครับ รางวัลเเละความสำเร็จนี้พิสูจน์ให้เราเห็นได้เลยว่า ถ้าเราตั้งใจทำมันอย่างจริงจังเเละพยายามทำมัน วันนี้จะมาถึง พวกเราภูมิใจกับพี่เเละทีมงานทุกคนในหนังอย่างจริงใจ เเละให้พี่รู้เลยว่าพี่เป็นตัวอย่างเเละกำลังใจที่ดีของคนทำหนังรุ่นต่อไปอย่างพวกเราครับ
May 19, 2010 • 1 Comment

ซ้าย: นาราภัทร ปทุมาภา (กานต์)
รู้สึกสนุกดีครับเป็นประสบการณ์ใหม่ๆที่ไม่เคยลองเหมือนกัน เหมือนได้ลองของใหม่ว่างั้น มันก็เป็นงานที่ยากพอสมควร แต่ถ้าเรามีความกล้าพอก็สามารถทำได้เพราะการแสดงนั้นความกล้าสำคัญที่สุด กล้าที่จะแสดงออก กล้าที่จะพูด ผมคิดว่าการแสดงนั้นใครๆก็สามารถแสดงได้ แต่การที่จะแสดงให้ออกมาดูดี และเป็นธรรมชาตินั้นมันยากครับ
ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะทำได้หรอก แต่มันก็ทำไปแล้ว มันยากที่จะแสดงให้ถูกใจผู้กำกับ เพราะบางครั้งผมก็ไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้กำกับกำลังจะสื่อ หรือบางครั้งผมก็คิดว่าผู้กำกับเรื่องมากฮ่าๆๆ แต่ผมก็ทำสุดความสามารถและทุ่มเทเต็มที่แล้วแม้บางครั้งจะรู้สึกอึดอัดหรือรำคาญบ้างแต่ผมก็ทำเต็มที่และเต็มที่กับสิ่งที่ทำครับ
กลาง: พัสตราภรณ์ จาตุรันต์รัศมี (แม่)
รู้สึกงงรับประทานตอนที่กานต์มาชวน ไม่คิดว่าเอาจริง กลัวว่าจะเล่นไม่ได้ กานต์บอกว่า “พี่มาเล่นเป็นบทแม่” ยิ่งงงไปใหญ่ พอเล่าเรื่องคร่าวๆให้ฟังให้เล่นเป็นแม่กานต์ แอบคิดว่า เราแก่ขนาดนั้นเชียวหรอเนี้ย เอาก็เอา พอมาเล่น โอ้ยไม่ง่ายเลยต้องเศร้าตลอด แต่ก็รอดมาได้ ตอนแรกที่เริ่มแสดงก็แปลกๆที่มีกล้องมาถ่าย แต่ก็เล่นไปไม่ได้ตื่นเต้นอะไร ก็สนุกดี แต่อากาศร้อนและคิดถึงลูก
ขวา: ณัฐชยา เปี่ยมเจริญ (กิ๊บ)
หนูขอบเล่นหนังเพราะได้ตังค์เยอะ ตอนกลางคืนก็ไม่ต้องขายโจ๊ก ฝากบอกพี่ชมพู่ด้วย อย่าลืมวันเกิดหนู
ยืน: ประภาส อำนวย (พ่อ)
Teamwork คือคำตอบของผลงาน งานทุกชิ้นประสบผลสำเร็จด้วยทีมงานที่ยอดเยี่ยม Eternity คือประสบการณืใหม่ที่เน้นการทำงานเป็นทีม ด้วยว่าทุกคนในทีมได้มีโอกาสใช้ประสบการณ์ของตนเองออกมาแชร์แก่กันไม่ใช่แค่ต่างคนต่างทำหน้าที่ การได้แชร์ประสบการณืของตนเองออกมามากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ได้เพิ่มประสบการณ์ของตนเองมากขึ้น
ขอบคุณทีมงาน Pop Pictures ทุกท่านที่ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์…ขอขอบคุณทุกๆคนครับ
May 16, 2010 • No Comments

ใครบางคนบอกว่า “ ชีวิตเป็นของเรา ”………………….. อาจจะใช่หรืออาจจะไม่ใช่
ในบางครั้งเราเองก็ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างที่เราเป็น
ในบางครั้งเราต้องใช้ชีวิต ในระนาบที่เหมาะสมและที่ควรจะเป็น-เช่นนั้น
นักแสดงที่ดี(ในแง่มุมของการแสดง คนละเรื่องกับนิสัยในความเป็นจริง) นักแสดงที่แสดงราวกับว่าเขาคือ ตัวละครนั้น แสดงให้เราเชื่อว่าเขามีแง่มุมเบื้องลึกภายในแม้ว่าสิ่งที่เราเห็นในภาพยนตร์นั้นไม่ได้เปิดเผย แต่เราก็เชื่อใน เขา ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับการจะมาเป็นนักแสดง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกลายเป็นนักแสดงที่ดี(ผมยังพูดในประเด็นการแสดง ไม่ใช่นิสัยส่วนตัว)
ในกระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์นั้น นักแสดงบางคนเริ่มเป็นตัวละครนั้นก็ต่อเมื่อถึงเวลาที่เริ่มการถ่ายทำ บางคนเริ่มเมื่อมีเสียงขานจากจุดใดจุดหนึ่งและสิ้นสุดเมื่อเสียงเดิมขานมาอีกครั้ง และบางคนตัวละครนั้นอาจอยู่กับเขาก่อนการถ่ายทำจนกระทั้ง การถ่ายทำเสร็จสิ้นกระบวน เขาและเธอ อาจจะยังคงดำรงอยู่ในตัวละครนั้น-เช่นนั้นคงไม่ผิด
หากบทบาทที่ได้รับของตัวละครนั้นมีปัญหากับครอบครัว เขาและเธอก็ควรแสดงออกมาให้เราเชื่อว่า เขาและเธอมีปัญหาเช่นนั้นจริงๆด้วยการสื่อสารทางใดทางหนึ่ง แม้ว่าชีวิตจริงเขาและเธอมีความสุขดีกับชีวิตครอบครัว
หากบทบาทที่ได้รับของตัวละครนั้นมีปัญหากับสังคม เขาและเธอก็ควรแสดงออกมาให้เราเชื่อว่า เขาและเธอมีปัญหาเช่นนั้นจริงๆด้วยการสื่อสารทางใดทางหนึ่ง แม้ว่าชีวิตจริงเขาและเธอมีความสุขดีกับสังคม
หากบทบาทที่ได้รับของตัวละครนั้นมีปัญหากับความรัก เขาและเธอก็ควรแสดงออกมาให้เราเชื่อว่า เขาและเธอมีปัญหาเช่นนั้นจริงๆด้วยการสื่อสารทางใดทางหนึ่ง แม้ว่าชีวิตจริงเขาและเธอมีความสุขดีกับชีวิตความรัก
หากบทบาทที่ได้รับของตัวละครนั้นมีปัญหากับจักรวาล เขาและเธอก็ควรแสดงออกมาให้เราเชื่อว่า เขาและเธอมีปัญหาเช่นนั้นจริงๆด้วยการสื่อสารทางใดทางหนึ่ง แม้ว่าชีวิตจริงเขาและเธอมีความสุขดีกับจักรวาล
เช่นเดียวกันในทางตรงกันข้าม ทั้งหมดทั้งมวลนี้เราอาจะเรียกได้ว่า ความท้าทายของการแสดงในบางครั้งเมื่อการถ่ายทำสิ้นสุดของวันนั้น ผมได้ยิน…….
ใครบางคนบอกว่า “ ชีวิตเป็นของเรา ”………………….. อาจจะใช่หรืออาจจะไม่ใช่ ?
วัลลภ รุ่งกำจัด
May 14, 2010 • No Comments

สำหรับข้าพเจ้านั้นคิดว่าการกระทำทั้งหมด ที่ลพบุรี นับเป็นประสบการณ์อันพิลึกพิลั่นของช่วงชีวิตหนึ่งเลยทีเดียว อันเมื่อถึงนอกเวลาการทำงาน ข้าพเจ้าถือเป็นการไปพักร้อนส่วนตัว ข้าพเจ้าได้หยุดคิดอะไรหลายๆเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตปกติที่กระทำเป็นกิจวัตรในกรุงเทพมหานคร บ้านเกิด อันว่ารูทีนแบบเมืองกรุงได้หายไปชั่วขณะหนึ่ง ไม่มีงานที่ต้องคิด ไม่มีเสียงวอแว ไม่มีรถติด ไม่มีตึก และสภาพแวดล้อมเดิมๆ ราวกับเวลาได้ถูกสะกดไว้ในช่วงหนึ่ง
โดยส่วนตัวแล้ว การแสดง นับเป็นสิ่งที่ลำบากยากเย็น สำหรับสภาวะธรรมชาติในตัวข้าพเจ้าอย่างแท้จริง ในที่นี้รวมไปถึงเรื่องใบหน้าอันยิ้มแย้มและการพูดเสียงดัง เพราะเมื่อเวลาใดที่ข้าพเจ้าต้องแสดงสีหน้ายิ้มแย้มและน้ำเสียงที่ชัดเจน สมาธิโดยรวมของข้าพเจ้าจะเหมือนถูกบั่นทอนลงไปครึ่งหนึ่ง จนทำให้เกิดสภาวะบิดเกร็งทางสมาธิ การแสดงไม่พริ้วไหวตามครรลอง
หากจะกล่าวถึงองค์ประกอบอื่นๆ ในกองถ่ายนั้น นับเป็นโอกาสที่ดีของข้าพเจ้าที่ได้รับองค์ความรู้ใหม่ๆในหลายๆเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายทำภาพยนตร์ และการได้รู้จักผู้คนมากขึ้นจากชีวิตปกติ ซึ่งในบุคลิคของข้าพเจ้าอาจจะดูเป็นคนพูดน้อยและไม่ค่อยสุงสิงกับใครก็ต้องของอภัยหากจะทำให้ใครๆอึดอัดขัดข้องกับพฤติกรรมของข้าพเจ้าในที่นี้ด้วย
สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเสร็จสมบูรณ์สมปรารถนาท่าน ผกก หรือใครๆ ใดๆที่เฝ้าติดตาม ผลงานของท่านทั้งหลาย หากข้าพเจ้ากระทำการใดๆที่ทำให้ขุ่นข้องหมองใจก็ขอต้องอภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ปล. หากเป็นไปได้ คราวหน้าข้าพเจ้าขอสวมรอยอยู่ในตำแหน่งอื่นแทน……
ขอบพระคุณ
น้ำฝน อุดมเลิศลักษณ์
• 2 Comments
ไดอะรี่ตั้งแต่ฉบับนี้ไปจะเป็นสิ่งที่เหล่านักแสดงพูดถึงทีมงาน

ซ้าย: ป้าณู-เรณู คงสกุล
“สนุกดี ตอนแรกๆก็ตื่นเต้น หลังๆก็เฉยๆแล้ว
ชอบฉากที่มีคนเยอะๆ เล่นด้วยกันเยอะๆสนุกกว่าเล่นคนเดียว ตัวละครในเรื่อง ป้าก็รู้จัก เลยเล่นไม่ยาก เล่นได้เรื่อยๆ ชอบตอนตีโป่งไม่ได้ทำมานานแล้ว แก่แล้ว
ทีมงานน่ารักดี เห็นแล้วก็เหนื่อยแทน เล่นเรื่องนี้ก็ติดใจให้เล่นอีกก็จะเล่น”
กลาง: ป้าไร-อุไร เครือแก้ว
“ตอนแรกที่บอกจะให้มาเล่นหนังป้าเกร็งนะ กลัวเล่นให้เค้าไม่ดี ก็เราไม่เคยเล่น ขายแต่ของ แต่พอเราคุ้นกับทีมงานก็เลิกเกร็ง เพราะเค้าจะคอยมาคุย มาแซวจนสนิทกัน เคยพูดกะกานต์เล่นว่าเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกันแหละ (หัวเราะ) อีกอย่างคือบทมันเหมือนตัวเรา เป็นยายขี้เมา (หัวเราะ) เราก็เป็นธรรมชาติของเราไป
ตอนที่หายไปลูกค้าเจ้าประจำก็บ่นนะ คือป้าปิดร้านไปเล่นหนัง บางคนเค้ามาแล้วไม่เจอ ลูกค้าก็แซวกันว่า ปล่อยให้ลูกค้าอดข้าวได้ยังไง นี่อีกหน่อยดังคงเลิกขายของไปเป็นดารา
สนุกดี ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ว่าเค้าถ่ายหนังกันยังไง มันยากนะถ่ายหนังเนี่ย จังหวะผิดนิดเดียวก็ไม่ได้ละ
สงสารคนที่เค้าทำเลย เห็นว่าเค้าลำบากต้องเอาใจคนอื่น ดูแลคนอื่นตลอด เวลาเราดูหนังแป๊บเดียว ชั่วโมง สองชั่วโมงจบละ แต่กว่าจะถ่ายกันได้ ดีใจมากเลยที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม ประทับใจทีมงาน เป็นกันเอง อารมณ์ดี ใจเย็น แล้วก็เก่ง
ยังไงป้าฝากบอกทุกคนด้วยว่า คิดถึงทุกคนเลย”
ขวา: ลุงเดือน-วิเชียร คงสกุล
“เค้าบอกให้ลุงไปเล่น ลุงก็ไปเล่น ไม่ได้ตกใจอะไร เฉยๆ ถือว่าช่วยหลาน แต่มาเล่นแล้วก็สนุกดี ไม่มีอะไรยาก เพราะทุกอย่างเราก็เคยทำมาหมด อย่างตอนเล่นน้ำ แค่เหนื่อยกว่าเมื่อก่อน เพราะแก่แล้ว ไม่ค่อยสบายด้วย กับทีมงานพอกลับไป ที่นี่ก็เงียบๆ เหงาๆ เค้าก็เหมือนลูกเหมือนหลานเรานะ”
May 13, 2010 • No Comments

เมื่อแรกที่เข้่ามาเราเงอะงะ งุ่มง่าม แรงน้อย แพ้แดด อย่างคนที่เคยชินกับชีวิตในกรุงเทพ ถึงเราจะกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นเด็กภูธร เพราะเราเป็นเด็กภูธรจริงมิได้กล่าวอ้างขึ้นลอยๆ แต่สังคมกรุงเทพได้กัดสีภูธรของเราจนซีดจาง มาถึงวันนี้สีภูธรเริ่มกลับมาเข้มขึ้น เราเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตพึ่งพิงธรรมชาติ อาจทำได้ไม่ดีเท่ารุ่นอาวุโส แต่มันก็ทำให้เราเข้าใจ ขอบคุณวิชาจาก ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อนบ้าน (โอ้วววเยอะแยะ) ที่ช่วยบอก ช่วยแนะในรูปแบบต่างๆ
เมื่อเราทำหนังร่วมกับคนในชุมชน เราเอาประสบการณ์ชีวิตที่แปลกใหม่มาแลกให้คนที่นี้ได้ตื่นเต้น สนุกสนาน ส่วนสิ่งที่เราได้กลับมาเป็นแรงกาย แรงใจ ความทุ่มเท และการช่วยเหลือ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราถ่ายที่นี้ ที่บ้านป้าเยาว์ และท่าน้ำใกล้บ้านตามูน ยายป้อม พวกเราอยากบอกท่านอาวุโสเหล่านั้นว่า กราบขอบพระคุณ ขอให้ท่านรักษาสุขภาพ และรักเสมอ จุ๊บ จุ๊บ
สงกรานต์หน้าจะกลับมารดน้ำดำหัวนะครับ/คะ